แน่นอน การที่คน 2 คน มาอยู่ด้วยกัน แล้วไปกันตลอดรอดฝั่ง มันไม่ง่าย
ตอนเป็นกิ๊ก ก็คิดแบบนึง
ตอนเป็นแฟน ก็คิดแบบนึง
ตอนจะแต่ง ก็คิดแบบนึง
ตอนแต่งแล้ว ก็คิดแบบนึง
ตอนจะท้อง ก็คิดแบบนึง
ตอนท้องแล้ว ก็คิดแบบนึง
ตอนคลอดแล้ว ก็คิดแบบนึง
ตอนมีเิงิน ก็คิดแบบนึง
ตอนเงินหมด ก็คิดแบบนึง
ตอนทุกข์ ก็คิดแบบนึง
ตอนสุข ก็คิดแบบนึง
ตอนทะเละ ก็คิดแบบนึง
ตอนดีกัน ก็คิดแบบนึง
ตอนกอดกัน ก็คิดแบบนึง
ตอนมึนตึง ก็คิดแบบนึง
คน คือ สิ่งมีชีวิตที่ ไม่สามารถคาดหวัง ได้ เราเดาไม่ได้หรอกว่า จะเกิด อะไร ถ้าทำอะไร แล้วจะยังไง
*ความรักนั้นอดทนนาน
และกระทำคุณให้
ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว
ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย
ไม่คิดเห็นแก่ตนฝ่ายเดียว
ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด
ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการทำผิด
แต่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ
ความรักทนได้ทุกอย่าง
แม้ความผิดของผู้อื่น
และเชื่อให้ส่วนดีของเขาอยู่เสมอ
มีความหวังอยู่เสมอ
และทนต่อทุกอย่าง…
…ดังนั้น (สิ่งสำคัญ) ยังตั้งอยู่ 3 สิ่ง
คือ ความเชื่อ ศรัทธา และความรัก
แต่ ความรัก ใหญ่ที่สุด
ไม่ว่าใครจะคิดยัง ตัวผมเองเชื่อว่า
นี่คือนิยามแห่งคำว่ารักที่งดงามที่สุด
ชัดเจนและครอบคลุมคุณค่าและคุณความดีทั้งหมด
ที่ความรักของมนุษย์จะมีขึ้นและมอบแก่กันได้
ส่วนคุณเลวความร้ายของรักก็มีมากเช่นกัน
ไม่เชื่อลองเติมคำว่า “ไม่” หน้าทุกๆ นิยามรักด้านบน
และตัดคำว่า “ไม่” ออกจากทุกบรรทัดที่มีอยู่
ซึ่งจะได้ผลลัพธ์ดังต่อไปนี้ครับ
ความรัก(ไม่แท้)นั้นไม่อดทนนาน
และไม่กระทำคุณให้
อิจฉา อวดตัว
หยิ่งผยอง หยาบคาย
คิดเห็นแก่ตนฝ่ายเดียว
ฉุนเฉียว ช่างจดจำความผิด
ชื่นชมยินดีเมื่อมีการทำผิด
แต่ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ
ความรักไม่สามารถทนได้ทุกอย่าง
โดยเฉพาะความผิดของผู้อื่น
และไม่เชื่อให้ส่วนดีของเขาอยู่เสมอ
ไม่มีความหวัง
และไม่ทนต่อทุกอย่าง…
…ดังนั้น (สิ่งเลวร้าย) ยังตั้งอยู่ 3 สิ่ง
คือ ความไม่เชื่อ ไม่ศรัทธา และความไม่รัก
แต่ ความไม่รัก ร้ายกาจที่สุด
อ่านถึงตรงนี้ เราจะพบว่ามีมนุษย์อยู่ไม่น้อย
ที่ใช้คำว่า รัก อย่างผิดวิธี (ตั้งแต่ระดับอ่อนๆ ถึงสุดโต่ง)
ซึ่งสุดท้าย มันก็กลายเป็นเพียง
การเอาสมมุติภาษาคำว่า “รัก” เป็นคำอ้าง
เพราะมันเป็นแค่กิริยาของ “ความเห็นแก่ตัว”
อันเป็นกลไลธรรมชาติของ “อัตตา”
ที่บรรจุไว้ในแพ็คเกจแห่งความรักหลอกๆ
…หาใช่รักที่แท้ไม่